9 พฤษภาคม 2562 7 จังหวัดวิกฤติแล้ง ศรีสะเกษขาดน้ำซ้ำซาก ลำไยจอมทองยืนต้นตาย

ที่มา: https://www.naewna.com/local/412514

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่าปัจจุบันมีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน(ภัยแล้ง) 7จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก ร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ นครราชสีมา มหาสารคาม ตราด และชลบุรีรวม 18 อำเภอ 61ตำบล 439 หมู่บ้าน โดยจังหวัดพิษณุโลก ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) ในอำเภอวัดโบสถ์ รวม 4 ตำบล 38 หมู่บ้าน ร้อยเอ็ด ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 2 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองสรวง ลำเภอสุวรรณภูมิ รวม 2 ตำบล 10 หมู่บ้าน, จังหวัดศรีสะเกษ ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 6 อำเภอ ได้แก่อำเภอเมืองจันทร์ อำเภอขุขันธ์ อำเภอไพรบึง อำเภอศรีรัตนะ อำเภอขุนหาญ อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ รวม 16 ตำบล 116 หมู่บ้าน, จังหวัดนครราชสีมา ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสูงเนิน และอำเภอพระทองคำ รวม 4 ตำบล 35 หมู่บ้าน, จังหวัดมหาสารคาม 2 อำเภอ ได้แก่ วาปีปทุม และพยัฆภูมิพิสัย รวม 11 ตำบล 79 หมู่บ้าน, จังหวัดตราด ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง และอำเภอบ่อไร่ รวม 23 ตำบล 154 หมู่บ้าน และจังหวัดชลบุรี ประกาศเขตฯ (ภัยแล้ง) 1 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเกาะสีชัง รวม 1 ตำบล 7 หมู่บ้าน ทั้งนี้ ปภ.ได้จัดรถบรรทุกน้ำแจกจ่ายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน พร้อมกำหนดจุดแจกจ่ายน้ำที่เข้าถึงประชาชนทุกพื้นที่ รวมถึงวางแผนบริหารจัดการน้ำและจัดสรรน้ำอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งขอความร่วมมือประชาชนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดช่วงฤดูแล้ง

ทะเลสาบดอยเต่าน้ำแห้งขอด

สถานการณ์ภัยแล้งหลายพื้นที่เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้น โดยที่ทะเลสาบดอยเต่า ตำบลท่าเดื่อ อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งอยู่เหนือสุดของเขื่อนภูมิพล ระดับน้ำลดลง ระยะทางยาวกว่า 10 กิโลเมตร พื้นที่ทะเลสาบที่เคยมีน้ำเต็มฝั่ง ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง จนมีสภาพแห้งขอด ดินแยกแตกระแหง เหลือแต่ร่องน้ำตื้น เรือนแพร้านอาหาร ที่เคยลอยลำหาปลา ตอนนี้เกยตื้นไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ ขณะที่ระดับน้ำยังคงลดลงต่อเนื่อง ส่วนนักท่องเที่ยวมีจำนวนลดลงชัดเจน

กว๊านพะเยาอาจวิกฤติซ้ำรอยปี 59

ส่วนระดับน้ำในกว๊านพะเยา แหล่งน้ำสำคัญที่ใช้ในการอุปโภคบริโภค รวมทั้งผลิตน้ำประปาที่สำคัญของจังหวัด มีปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปริมาณการใช้น้ำที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะฝั่งทิศตะวันตก เห็นตะกอนดินผุดเป็นเนินชัดเจน หากไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่ช่วงนี้ อาจเกิดวิกฤติกว๊านพะเยา เหมือนในปี 2559 ที่กว๊านพะเยามีปริมาณน้ำเหลือเพียง 9 ล้านลูกบาศก์เมตร และส่งผลกระทบต่อการผลิตประปา ล่าสุด ปริมาณน้ำในกว๊านพะเยามีปริมาณน้ำอยู่ที่ 15.34 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุทั้งหมด 33 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งหากไม่มีฝนตกลงมาคาดจะส่งผลกระทบกับการใช้น้ำอย่างแน่นอน

ลำไยยืนต้นตาย หลังฝนทิ้งช่วงยาว

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ภัยแล้งรุนแรงหนัก ฝนทิ้งช่วงยาวนานกว่า 4 เดือนทำให้สวนลำไยในพื้นที่ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง ยืนต้นตาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือนำรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นรักษาความชุ่มชื้น และให้คำแนะนำในการดูแลต้นลำไยที่ขาดน้ำ ขณะที่เกษตรกรผู้ปลูกลำไยรายอื่นต้องนอนค้างคืนรดน้ำลำไย เนื่องจากกระแสไฟฟ้าที่ใช้ในการสูบน้ำบาดาลไม่พอใช้ ทำให้ไฟฟ้าตกต้องแย่งกันสูบน้ำ เจ้าของสวนลำไย เปิดเผยว่าตนเริ่มทำลำไยนอกฤดูเมื่อเดือนกันยายน 2561 รวมทั้งหมด 70 ต้น โดยลงทุนไปทั้งหมดเป็นเงิน 5 หมื่นบาท แต่หลังจากช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สภาพอากาศแล้งเริ่มรุนแรง ทำให้ชาวสวนในบริเวณใกล้เคียงต่างแย่งกันสูบน้ำบาดาล จนไฟฟ้าที่ใช้ในการสูบน้ำไม่เพียงพอ ต้นลำไยของตนตกอยู่ในสภาพยืนต้นตาย อย่างไรก็ตามตนและชาวสวนลำไยบริเวณใกล้เคียงรวมทั้งหมดกว่า 100 รายได้รับผลกระทบจากสภาวะภัยแล้งอย่างหนักจึงอยากจะขอให้หน่วงยงานที่รับผิดชอบให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เกษตรเชียงใหม่เร่งช่วยชาวบ้าน

เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่าอำเภอจอมทอง เป็นแหล่งปลูกลำไยมากที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ 57,000 ไร่ โดยสถานการณ์ช่วงฤดูแล้งปีนี้มีความรุนแรงเนื่องจากปรากฏการณ์เอลณิโญ่ ประกอบกับเกิดการทิ้งช่วงนานของฝน ทำให้เกษตรบางส่วนได้รับผลกระทบ ทางสำนักงานเกษตรอำเภอ ร่วมวางแผนการผลิต วางแผนการใช้น้ำ ร่วมกับเกษตรกร โดยให้เกษตรกรรักษาต้น รักษาความชื้น ตัดแต่งกิ่ง เลี่ยงการทำลำไยนอกฤดูในช่วงแล้งนี้ และจัดหาแหล่งน้ำสำรอง แหล่งน้ำขนาดเล็กหรือบ่อบาดาลน้ำตื้น หล่อเลี้ยงน้ำให้ลำต้นเพื่อรักษาต้นให้สามารถผ่านช่วงแล้งนี้ไปได้

ศรีสะเกษขาดน้ำดื่มน้ำกิน

ที่บ้านโนนดู่ หมู่ที่ 11 ตำบลหนองใหญ่ อำเภอเมืองจันทร์ จังหวัดศรีสะเกษ ชาวบ้านเดือดร้อนจากการประสบกับปัญหาภัยแล้งซ้ำซากมานาน ยังแก้ไขไม่ได้ น้ำบาดาลที่เจาะไว้สูบขึ้นทำน้ำประปาก็มีน้ำเพียงน้อยนิดสูบขึ้นแท็งค์ประมาณ 10-20 นาทีน้ำใต้ดินก็หมด ทางเทศบาลตำบลหนองใหญ่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าในเบื้องต้นด้วยการนำรถบรรทุกน้ำไปใส่ถังในหมู่บ้านซึ่งเป็นถังน้ำที่ได้รับจากสำนักงาน ปภ.ศรีสะเกษมาใส่น้ำไว้แจกจ่ายประชาชนไว้ใช้ พืชผักสวนเกษตร สวนพริก มะเขือ ถั่วฝักยาวที่ชาวบ้านปลูกไว้ก็แห้งเหี่ยวเฉาตายหมดเพราะขาดน้ำ

ชาวบ้านเผยแล้งซ้ำซากเกิน1ปี

ชาวบ้านโนนดู่ เล่าว่า พื้นที่บ้านโนนดู่นี้ มีประมาณ 40 กว่าหลังคาเรือน ประสบกับภัยแล้งซ้ำซากมานาน และมาแล้งหนักๆ ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2561 เป็นต้นมา แล้วก็แห้งแล้งขาดน้ำ ฝนไม่ตก ทำนาข้าวก็ตายหมด เบื้องต้นทางเทศบาลตำบลหนองใหญ่ได้นำรถบรรทุกน้ำมาใส่ถังที่ตั้งไว้ใกล้แท็งค์ผลิตน้ำประปาแล้วสูบขึ้นแท็งค์ปล่อยน้ำมาให้ชาวบ้านใช้ แต่ก็ต้องแบ่งกันใช้เป็นเวลา จะปล่อยน้ำไปทางคุ้มโน้น คุ้มนี้ คุ้มละ 1 ชั่วโมงเพราะถ้าปล่อยไปทุกคุ้มพร้อมกันน้ำจะไม่ไหลหรือไหลเบามาก ทางสมาชิกสภาเทศบาล ผู้นำท้องที่อย่างผู้ใหญ่บ้านซึ่งตระหนักถึงการใช้น้ำอย่างประหยัดแนะนำให้ชาวบ้านใช้น้ำอย่างประหยัด พวกเราจึงช่วยกันประหยัดน้ำ ใช้น้ำทุกหยดอย่างมีคุณค่า

โอดซื้อน้ำเดือนละหลายร้อย

ด้าน นางพรมมา ทุหา อายุ 73 ปี เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ล้างถ้วยล้างจาน ซักเสื้อผ้า น้ำอาบเดือดร้อนหนักมาปีกว่า ส่วนน้ำที่จะใช้ดื่มกิน ใช้หุงข้าวก็ซื้อน้ำบรรจุขวดบรรจุถังก็ต้องเสียค่าซื้อน้ำดื่มกินน้ำหุงข้าวต้มแกงเดือนละหลายร้อยบาท น้ำที่นำมาแจกจ่ายไม่กล้าดื่มกินเพราะเป็นน้ำที่สูบมาจากหนองใหญ่ แต่ก็มีน้ำที่รถบรรทุกนำมาขายถังละ 150 บาทเป็นถังสังกะสีถังประมาณ500ลิตร น้ำใสดีอยู่แต่ไม่กล้าดื่มกินไม่กล้าใช้หุงข้าวเพราะเกรงว่าไม่สะอาด

เร่งแก้ปัญหาระยะสั้น-ยาว

รองนายกเทศมนตรีตำบลหนองใหญ่ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาภัยแล้งในเบื้องต้นก็ได้นำรถบรรทุกของเทศบาลบรรทุกน้ำขนมาให้ชาวบ้านได้มีน้ำใช้ โดยขนน้ำมาใส่ถังที่ได้รับการสนับสนุนจาก ปภ.จังหวัดศรีสะเกษ 20 ถัง จากนั้นก็สูบขึ้นหอถังแล้วปล่อยให้ชาวบ้านใช้ ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวทางเทศบาลตำบลหนองใหญ่ได้ทำโครงการขอรับงบประมาณจากทางรัฐบาล โดยจะทำกาลักน้ำใช้ท่อพีวีซีสูบน้ำจากบ่อบาดาลที่อยู่ห่างไปประมาณ 300 เมตร ก็ได้รับอนุมัติแล้วโดยผ่านมาทางจังหวัดลงมาสู่อำเภอ ทางอำเภอจะเป็นผู้จัดซื้อจัดจ้าง ตอนนี้อยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ระดับหนึ่ง และจะขุดลอกบ่อน้ำ หนองน้ำเก่าที่มีอยู่หลายบ่อให้ลึกและกว้างไว้รองรับน้ำที่จะสูบขึ้นมาจากลำห้วยทับทัน ให้มีน้ำเต็มมากๆ จะทำให้หน้าดินมีน้ำชุ่มชื้น เมื่อหน้าดินชุ่มน้ำแล้วน้ำบาดาลใต้ดินก็จะไม่แห้ง จะมีน้ำให้สูบทำน้ำประปาได้ตลอด